สเกลแนวตั้งทำหน้าที่เป็นหน้าปัดย่อยแสดงผลการจับเวลานาน 30 นาที
และการแสดงพลังงานสำรองคงเหลือได้อย่างเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ผ่านสเกลสีแดงคู่เข็มชี้ที่ 12 นาฬิกานั้น เป็นผลพวงสำคัญมาจากการพัฒนาการเด่นๆ อีก 2 ประการ นั่นคือ การพัฒนาระบบแสดงพลังงานสำรองด้วยการถ่ายกำลังผ่านชุดแปลงพลังงานทรงกรวยคว่ำแบบคู่ผ่านการพัฒนาโดย Audemars Piguet ในปี 1885 โดยโรงงานการผลิตได้ประยุกต์ใช้ระบบนี้กับนาฬิกาข้อมือ จึงทำให้สามารถปรับตั้งช่วงกว้างของเข็มชี้ระดับพลังงานให้มีความเที่ยงตรงสูงสุด ประการที่ 2 คือการคิดค้นและพัฒนาอุปกรณ์ทรงกรวยทำจากทองแดงผสมเบริลเลียม และเคลือบด้วยผงคาร์บอน ที่เคลื่อนตัวขึ้นและลงบนแกนหรือแขนของตลับลาน ตามระดับของการไขลานนาฬิกา ซึ่งเมื่อตำแหน่งของกรวยต่ำลงตลับลานจะถูกไขลานเต็ม ในทางตรงกันข้าม หากตำแหน่งของกรวยสูงขึ้น นั่นหมายถึงระดับพลังงานกำลังลดลง และเมื่อใดที่กรวยตัวที่ 2 ซึ่งเคลือบด้วยผงคาร์บอนเช่นเดียวกัน เข้าสัมผัสกับกรวยตัวเคลื่อนที่นี้ ก็จะเป็นการรับข้อมูลและถ่ายทอดไปยังเข็มชี้บอกระดับพลังงานสำรองที่ 12 นาฬิกาที่เราเห็นบนหน้าปัดนาฬิกา ด้วยเทคนิคการเคลือบผงคาร์บอนบนกรวยทั้ง 2 ตัว ยังเป็นการรับประกันได้ถึงคุณสมบัติอันพิเศษของกระบวนการถ่ายเทพลังงานของทั้ง 2 กรวยนี้อีกด้วย นอกจากนี้เพื่อเพิ่มระดับความมั่นใจและความเที่ยงตรงของการแสดงพลังงานสำรอง ในกรณีที่กลไกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหรือในกรณีฉุกเฉินใดๆ เจ้าของก็ยังสามารถเพิ่มพลังงานให้กับกลไกผ่านการไขลานมือแบบชั่วคราวซึ่งมีระบบเฟืองตัวเล็กและชุดเฟืองคอยรองรับไว้เป็นทางเลือกที่ 2 อีกด้วย
ผลงานการออกแบบหน้าปัดเปลือยและฉลุให้เห็นการทำงานของกลไกบางส่วน
ปิดท้ายด้วยความพิเศษที่ไม่เหมือนใครอีกข้อหนึ่งของ Calibre 2895 นั่นก็คือ การบรรจุด้วยระบบจักรกลพิเศษเพื่อแสดงการเลือกโหมดบอกเวลาได้ ด้วยเข็มบนหน้าปัดย่อยที่ 6 นาฬิกา ที่ชี้บอกฟังก์ชันที่เรากำลังเลือกใช้อยู่ คู่กับสัญลักษณ์ตัวอักษร H, N และ R ที่ทำงานสอดคล้องกับตำแหน่งทั้ง 3ตำแหน่งของก้านไขลาน โดย N หมายถึง Neutral คือฟังก์ชันกลาง, R หมายถึง Winding คือการไขลาน และ H หมายถึง Time-setting คือการปรับตั้งเวลา
ในขณะที่กรงทูร์บิญองดีไซน์แปลกตาที่เราเห็นอยู่นี้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 70 ชิ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีน้ำหนักเพียง 0.45 กรัมเท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนรอบตัวเองได้เร็วขึ้น และเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ ทูร์บิญองตัวนี้จึงผ่านกระบวนการเคลือบด้วย PVD สีดำ สลับกับบางส่วนที่เป็นสเตนเลสสตีลสีเงินขัดเงาวาว ให้ภาพลักษณ์ในแบบทูโทนและมีมิติในมุมมองมากขึ้น
ดีไซน์อันโดดเด่นทั้งตัวเรือนของนาฬิการุ่น Royal Oak Carbon Concept Tourbillon and Chronograph
ยกนิ้วให้กับการออกแบบอันล้ำสมัย
ในขณะที่ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงหลายค่าย พยายาม เปิดตัวระบบจักรกลและชุดรางเฟืองพิเศษของตนเอง แต่กับนาฬิกา Royal Oak Carbon Concept Tourbillon and Chronograph รุ่นใหม่นี้กลับเป็นการทุ่มเทที่จะนำเสนองานด้านดีไซน์ล้ำสมัยด้วยการเลือกใช้วัสดุชนิดใหม่ และเลือกที่จะเผยให้เห็นส่วนประกอบอันเป็นกุญแจสำคัญของกลไก นั่นคือ กรงทูร์บิญอง และศูนย์กลางประสาทของเครื่องจักรกลจับเวลาโครโนกราฟนั่นคือ คอลัมน์วีล ด้วยการออกแบบเสมือนไร้หน้าปัด แต่ปรากฏเป็นภาพของแท่นเครื่องสีดำทะมึนซึ่งทำจากคาร์บอนแทน และขับเคลื่อนชีวิตชีวาให้เห็นผ่านการเคลื่อนที่ของเข็มชี้เวลาแบบเดี่ยวทั้งบนสะพานทูร์บิญอง ที่ 9 นาฬิกา และบนหน้าปัดบอกนาที ที่ 3 นาฬิกา คู่กับการแสดงพลังงานสำรองบนหน้าปัดที่ 12 นาฬิกา และแสดงฟังก์ชันที่เลือกใช้งานอยู่บนหน้าปัดทรงพิเศษที่ 6 นาฬิกา เฉกเช่นเดียวกับการเปิดเปลือยของงานออกแบบฝาหลังแบบเปลือย โชว์ให้เห็นสะพานจักรที่เป็นงานฉลุ ทำให้มองทะลุผ่านจนเห็นการทำงานของทูร์บิญอง ระบบจักรกลของโครโนกราฟ และการทำงานของคอลัมน์วีลได้บางส่วนพอให้เห็นเสน่ห์ เพิ่มความโดดเด่นด้วยการตัดกันระหว่างสีเขียวของสะพานจักรตัวกลางและสีดำของแท่นเครื่อง และนอกจากความมหัศจรรย์ของการทำงานอย่างเสถียรของทูร์บิญองแล้ว นาฬิการุ่นนี้ยังผ่านการออกแบบพิเศษให้เข้ากับรูปแบบการแสดงผลการจับเวลาเป็นนาทีผ่านสเกลแนวตั้งที่ 3 นาฬิกา ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาโดย Audemars Piguet ที่ประกอบด้วยความสลับซับซ้อนของโครงสร้าง บรรจุด้วยสเกลแนวตั้งคู่ (10 เท่าของนาที จาก 1-2 และหน่วยของนาที จาก 0-9 ) และช่วงนาทีที่คาบเกี่ยวกันในฟังก์ชันจับเวลาโครโนกราฟ สามารถอ่านค่าได้ผ่านการเปิดช่องว่างระหว่างสะพานจักรของหน้าปัดย่อยชนิดนี้ คู่กับสัญลักษณ์ของการจับเวลาแต่ละประเภท โดยเปลี่ยนจากสีขาวซึ่งเป็นการแสดงระบบจับเวลาปกติสู่สีดำของการแสดงช่วงเวลาที่คาบเกี่ยว
แม้จะอาศัยเพียงหลักการง่ายๆ แต่ผ่านแนวความคิดและฝีมือการประดิษฐ์มาแล้วอย่างดีโดยช่างและทีมงานของ Audemars Piguet จนได้มาเป็นผลงาน Royal Oak ที่คุณเห็นแล้วเป็นต้องยกนิ้วให้กับนาฬิกาเทคนิคทั้งเรือนรุ่นนี้ !
................................................................................
คุณสมบัติกลไก : Calibre 2895
กลไก :
ระบบไขลาน
คู่ทูร์บิญองหมุนรอบ 1 นาที
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 34.6 มิลลิเมตร (15 1/3 lignes) หนา 12.01 มิลลิเมตร
ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง
ตลับลานเมนสปริง 4 ตัว เรียงขนานกัน
สำรองพลังงานนาน 237 ชั่วโมง
ทับทิม 34 เม็ด สำหรับเสริมประสิทธิภาพการทำงานของฟังก์ชัน
ชิ้นส่วนกลไกรวม 384 ชิ้น
ตกแต่งและขัดมุมด้วยมือ พื้นผิวชิ้นส่วนกลไกแบบขัดเงาสลับขัดด้าน
แท่นเครื่องคาร์บอน คู่สะพานจักรอะลูมิเนียม
ฟังก์ชัน :
แสดงเวลาและฟังก์ชันการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับกลไก
บอกชั่วโมงและนาที บนหน้าปัดกลาง
บอกวินาทีด้วยเข็มกลางแบบกวาดเที่ยงตรงสูง
แสดงผลการจับเวลานาน 30 นาที บนสเกลแนวตั้งที่ 3 นาฬิกา
แสดงพลังงานสำรองคงเหลือบนหน้าปัดออกแบบพิเศษคู่เข็มชี้ที่ 12 นาฬิกา
แสดงฟังก์ชันที่เลือกใช้อยู่บนหน้าปัดออกแบบพิเศษคู่เข็มชี้ที่ 6 นาฬิกา
การปรับตั้ง :
เม็ดมะยมคาร์บอน 1 เม็ด สำหรับไขลาน เลือกโหมดการแสดงฟังก์ชันที่ใช้อยู่ และปรับตั้งเวลา
ปุ่มกดคาร์บอน 2 ตำแหน่ง ควบคุมการทำงานของฟังก์ชันจับเวลา
ความพิเศษของตัวเรือน :
ตัวเรือนเคลือบคาร์บอน
ขอบตัวเรือนเซรามิก
วงแหวนบนฝาหลังเป็นไทเทเนียมเคลือบ PVD สีดำ
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 44.0 มิลลิเมตร หนา 15.85 มิลลิเมตร
ฝาหลังติดด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์
กันน้ำได้ลึก 100 เมตร ประกอบสายหนังจระเข้เย็บตะเข็บมือและหัวเข็มขัดไทเทเนียมสลักโลโก้ AP
................................................................................
GMWATCH VOL.11 NO.103 AUGUST 2008